วันพุธที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

เบอร์อะไรต้องใส่ให้ถูก

เบอร์อะไรต้องใส่ให้ถูก

คุณเคยปวดหัวไหม  ‘โจ’ มีโรคประจำตัวคือ…ปวด หัวเป็นประจำ แต่ว่าไม่เคยไปหาหมอเลย เนื่องจากเขาคิดว่า เป็นเพียงแค่การ ปวดหัวจากการเรียนหนังสืออย่างหนัก เท่านั้นปล่อยไว้ เดี๋ยวก็หาย
10 ปีผ่านไป.. อาการปวดหัวก็ไม่เคยหายไป  แม้ว่าบัดนี้เขาได้ก้าวเข้าสู่วัยกลางคนแล้วก็ตาม  เขาก็ไม่คิดจะไปหาหมอ เนื่องจาก ‘โจ’ คิดว่าเป็นเพียงเพราะ เครียดจากการทำงาน
อีก 10 ปีต่อมา.. อาการปวดหัวก็ไม่เคยหาย มีแต่ทวีความรุนแรงมากขึ้น เขาจึงตัดสินใจว่าจะต้องไปหาหมอเสียที และหลังจากที่หมอทำการตรวจเรียบร้อย หมอจึงได้พูดขึ้นว่า…
“ผมมีทั้งข่าวดี และ ข่าวร้ายครับ ข่าวดีก็คือ ผมสามารถรักษาอาการของคุณให้งหายขาดได้”
“และข่าวร้ายหล่ะครับหมอ” โจ…ถามขึ้นอย่างร้อนรน
“ข่าวร้ายก็คือว่า ผมต้องทำการตัดไข่คุณทิ้งครับ” หมอตอบ ทำเอา โจ…เหมือนตกอยู่ในภวังค์
“คืองี้ครับ…”  หมอรีบอธิบายก่อน
“อาการของคุณ ถือว่าเป็นเคสที่หาได้ยากมากๆ เรียกว่า 1 ใน 100 ล้าน ก็ว่าได้ ไข่ทั้ง 2 ข้างของคุณนั้น ไปดันลำไส้ให้ไปกดทับเส้นปลายประสาทล่างสุดของกระดูกสันหลัง   การกดทับนี้เอง ที่ทำให้คุณต้องทรมารกับการปวดหัวอย่างรุนแรงตลอด 20 ปีที่ผ่านมา…”
“และทางเดียวที่หมอจะรักษาได้ ก็คือ การตัดไข่ครับ” หมอสรุปสั้นๆ แต่นั่น…ก็ได้ทำร้ายจิตใจของ โจ ยิ่งนัก
หมอได้ให้โอกาสเขาตัดสินใจ  อย่างไรก็ตามเขารู้สึกหดหู่ยิ่งนัก  เขาสู้อุตส่าห์มานะเรียน เพื่อให้ได้ทำงานดีๆ ไม่เคยไปเที่ยวเหลวไหล เธค-ผับ…ไม่รู้จัก     สาวๆก็ไม่เคยสน และเมื่อได้งานแล้ว เขาก็ได้ทุ่มเทอย่างหนัก เพื่อให้ก้าวหน้า และมีเงินเยอะๆ
จนมาวันนี้… เขาได้ทุกอย่างที่ต้องการ และเขาคิดว่าถ้าได้สิ่งเหล่านี้แล้ว ผู้หญิงมากมายก็จะเข้ามาหาอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ทุกสิ่งที่วาดฝัน…ก็พังทลายจากอาการปวดหัวของโจเอง เขาได้นอนคิดอยู่หลายคืน ถึงแม้จะเศร้าเพียงใด แต่เขาก็ไม่อยากทรมารเหมือนดั่งตกนรกอีกต่อไป
เขา ไม่กล้าปรึกษาใคร เนื่องจากคิดว่าเป็นเรื่องน่าอาย ดังนั้น..วันรุ่งขึ้นเขาจึงไปโรงพยาบาลเพื่อผ่าตัดทันที หลังจากออกจาก ร.พ ด้วยอาการสมองปลอดโปร่งครั้งแรกในรอบ 20 ปีแต่เขาก็รู้สึกเหมือน… ขาดบางอย่างที่สำคัญไปในชีวิต เหมือนกลายเป็นอีกคนหนึ่ง แต่เขาก็เข้มแข็งพอ และตัดสินใจที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ 
เขาจึงเดินเข้า ร้านตัดสูทที่แพงที่สุดในนิวยอร์ค เพื่อเป็นการปลอบใจ และเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ โจ… ได้กล่าวกับชายแก่เจ้าของร้านหลังจากที่เดินเข้ามาต้อนรับ…
“เอ่อ ผมจะตัดสูทครับ” โจกล่าว..
“ได้ครับ อืมม ขนาด 44” เจ้าของร้านดูโดยไม่ต้องวัด โจหัวเราะ “ถูกแล้ว.. รู้ได้งัยเนี่ย”
“เปิดร้านมา 60 ปี น่ะครับ” โจลองสูท ซึ่งใส่ได้สวย และขนาดพอดี
“ไม่สนใจ…จะลองเสื้อเชิ้ทมั่งเหรอครับ” เจ้าของร้านถาม “ก็ดีครับ” โจตอบ
“อืมม แขน 34 คอ 16 นิ้วครึ่ง” เจ้าของร้านดูโดยไม่ต้องวัด โจ เริ่มชักสงสัย “ถูกแล้ว… รู้ได้งัยเนี่ย”
“เปิดร้านมา 60 ปี น่ะครับ” เจ้าของร้านตอบ โจลองเสื้อ ซึ่งใส่ได้สวยและขนาดพอดี
“รองเท้า…สักคู่ดีไหมครับ” เจ้าของร้านถาม “ก็ดีครับ” โจตอบ
“อืมม 9 นิ้วครึ่ง” เจ้าของร้านดูโดยไม่ต้องวัดเช่นนั้น โจรู้สึกแปลกใจมาก “ถูกแล้ว.. รู้ได้งัยเนี่ย”
“เปิดร้านมา60 ปี น่ะครับ” เจ้าของร้านตอบทันควัน โจใส่รองเท้า ซึ่งใส่ได้สวย และขนาดพอดี ขณะที่เขาลองเดินไปทั่วร้าน เจ้าของร้านจึงถามว่า…..
“ลองกางเกงในตัวใหม่…สักหน่อยมั้ยครับ” เจ้าของร้านถามต่อโจ ชะงัก และหยุดคิดสักครู่ “ก็ดีครับ”
“อืมม ขนาด 36 พอดี” คราวนี้โจหัวเราะก้าก
“ฮ่า…เสร็จผมหล่ะ คราวนี้ คุณผิดครับ ผมใส่เบอร์ 34 ตั้งแต่อายุ 18 แล้ว”
ชายแก่ส่ายหน้า พร้อมกับพูดขึ้นว่า…
“โอ้ย… อย่างคุณ 34 ไม่ได้หรอก… ทรมานตายห่า…เพราะมันจะไปรั้งไข่คุณ  ไปกดลำไส้  และทำให้ไปกดทับเส้นประสาทล่างสุดของกระดูกสันหลังอีกที คุณไม่เคยปวดหัวมั่งเลยเหรอ?”
...................................................

จูงใจให้เลิกยา

จูงใจให้เลิกยา

เด็ก 2 คน ติดคุกด้วยข้อหาเสพยาบ้าในโรงเรียน ในวันพิจารณาโทษศาลวินิจฉัยว่าเด็กทั้งสองนั้นยังเด็กอยู่มาก และเพิ่งกระทำผิดป็นครั้งแรก แถมยังหน้าตาดี
“ศาลขอสั่งให้เธอทั้ง สองไปทำความดีในวันหยุดนี้เป็นการไถ่โทษ เนื่องจากศาลเห็นว่าเธอทั้ง 2 น่า จะมีอนาคตที่ดี ศาลขอสั่งให้เธอไปชักชวนคนที่ติดยาบ้าจงเลิกเสพเลิกขายไปตลอดชีวิต ได้ความว่าอย่างไร ให้กลับมารายงานตัวในวันจันทร์นี้ด้วย” และเมื่อถึงวันจันทร์
“ตกลงว่าเธอทั้งสองได้ไปทำอะไรบ้างตามคำสั่งศาล เอ้า จำเลยคนแรกมารายงานต่อศาล”
“เอ่อ..กระผมได้ไปเกลี้ยกล่อมคนติดยาบ้า 15 คนไห้เลิกเสพตลอดชีวิตเลยครับใต้เท้า”
“โอ้..ยอดเยี่ยมมาก แล้วเธอทำอย่างไรล่ะ เล่าให้ศาลฟังซิ”
“กระผมใช้แผนภาพครับผม” แล้วก็วาดวงกลมสองวง ใหญ่วง และวงเล็กๆอีก 1 วง (ชี้ไปที่วงกลมใหญ่ก่อน) “กระผมบอกว่า นี่เป็นขนาดสมองของพวกคุณก่อนเสพยาบ้า และนี่เป็นขนาดสมองของคุณหลังจากที่เสพยาบ้าแล้ว”
ศาลตบมือด้วยความชื่นชม “ดีมาก เอ้าแล้วจำเลยคนที่สองล่ะ เธอไปทำอะไรมาบ้างล่ะ”
“เอ่อ กระผมได้ไปชักชวนคนที่เสพยาบ้า 150 คนให้เลิกเสพไปตลอดชีวิตเลยครับผม” เสียงฮือฮาในศาล….
”โอ้ว…ศาลแปลกใจมาก เธอไปทำวิธีไหนล่ะ ถึงเกลี้ยกล่อมคนได้ตั้ง 150 คน”
“เอ่อ กระผมใช้วิธีคล้ายกันนี่แหละครับ” ชี้ไปที่วงกลมเล็กๆ
“ผมพูดว่า นี่คือขนาดของรูตูดของคุณก่อนที่จะโดนจับเข้าคุก และนี่ขนาดของรูตูดเมื่อเข้าคุกไปแค่วันเดียว”
.......................................................................

ประตู 3 บาน


ประตู 3 บาน

คณะทัวร์กลุ่มหนึ่งนั่งรอหนุ่มบ้านนอกเพื่อนร่วมคณะที่จนแล้วจนรอดก็ไม่โผล่มาสักที ทั้งๆที่เลยเวลานัดมา 30 นาทีแล้ว ด้วยความสงสัย ไกด์สาวจึงโทร.ถามขึ้นไปตามที่ห้องพัก...

"คุณจะไปหรือเปล่า เรานั่งรอกันมาครึ่งชั่วโมงแล้วนะ" ไกด์สาวกรอกเสียงไปอย่างฉุนๆ

"โอ้ย..ดีใจจังเลยที่คุณโทรมา ช่วยผมหน่อยเหอะ ผมออกจากห้องไม่ได้" หนุ่มบ้านนอกวิงวอน

"เกิดอะไรขึ้นคะ" ไกด์สาวตกใจ
"ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ในห้องนี้มีประตูอยู่ 3 บาน นะครับ
บานหนึ่งเป็นประตูห้องน้ำ
บานหนึ่งเป็นประตูตู้เสื้อผ้า

ส่วนอีกบานผมไม่รู้ว่าเป็นอะไร เพราะผมไม่กล้าเปิดดูครับ แบบว่ามันมีป้ายเขียนไว้ว่า… ห้ามรบกวน! ครับ

.......................................................................

ของขวัญที่ถูกใจแม่

ของขวัญที่ถูกใจแม่

ครอบครัวๆหนึ่ง มีลูกชายสามคน และทั้งสามคนกำลังนั่งปรึกษากันว่าจะมอบอะไรให้เป็น ของขวัญวันเกิด ครบรอบ 60 ปี ของคุณแม่พวกเขา

ลูกชายคนโตบอกว่า    พี่จะซื้อบ้านหลังใหญ่ๆให้แม่ แม่จะได้อยู่อย่างสะดวกสบายยิ่งกว่าเดิม

ลูกชายคนรองพูดว่า ฉันจะซื้อรถเบ็นซ์ป้ายแดงพร้อมคนขับให้แม่ เพื่อแม่จะได้เดินทางไปไหนมาไหนได้สะดวก

ลูกชายคนเล็กก็ว่า พี่ๆคงจะจำความรู้สึกของคุณแม่เวลาอ่านคัมภีร์ไบเบิ้ลได้ดี และพี่ๆก็รู้ว่าแม่สายตาไม่ดีอ่านหนังสือไม่ค่อยเห็น ดังนั้น ฉันจะส่งนกแก้วซึ่งสามารถท่องคัมภีร์ไบเบิ้ลได้ นกแก้วตัวนี้อยู่ในโบสถ์มา 14 ปี เพียงแต่บอกชื่อบท นกแก้วตัวนี้ก็สามารถท่องบทนั้นทั้งบทออกมาได้

ว่าแล้วลูกชายทั้งสาม ก็ส่งของขวัญไปให้คุณแม่ของพวกเขา.... ต่อมา แม่ก็ตอบจดหมายลูกๆทั้งสามว่า...
แม่ บอกลูกคนโตว่า บ้านที่ลูกซื้อให้มันใหญ่โตเกินไป แม่อยู่แค่ห้องเดียว แต่แม่ต้องทำความสะอาดทั้งหลัง แม่ขอบใจมากแต่ แม่จะย้ายกลับไปอยู่บ้านหลังเดิมแล้ว
และ แม่ก็บอกกับลูกคนรองว่า แม่แก่เกินไปที่จะไปไหนแล้ว ส่วนใหญ่แม่ก็อยู่กับบ้านไม่ค่อยได้ใช้รถเลย เสียดายเงินค่าจ้างคนขับรถด้วย มาเอารถของลูกกลับไปเถอะ

สุดท้ายแม่บอกกับลูกคนเล็กอย่างชื่นชมว่า ลูกรู้ใจแม่จริงๆว่าแม่ชอบอะไร นกแก้วทอด อร่อยมาก

.......................................................................

รักต้อง…รอ

รักต้อง…รอ

ด้วยความช่วยเหลืออย่างเต็มที่จากผู้เชี่ยวชาญด้านการมีบุตร หญิงชราวัย 65 ปี รายหนึ่ง ก็สามารถให้กำเนิดบุตรได้สำเร็จ
วงศาคณาญาติที่ทราบข่าว ต่างเดินทางมาร่วมแสดงความยินดี และต้อนรับสมาชิกใหม่ของครอบครัว
และเมื่อพวกเขาขอดูหน้าทารกน้อย หญิงชราก็ตอบว่า… "ไม่ใช่ตอนนี้"
ครู่ใหญ่ผ่านไป บรรดาญาติๆ ก็ขอพบหน้าทารกน้อยอีกครั้ง หญิงชราตอบเหมือนเดิม "ไม่ใช่ตอนนี้"

ในที่สุด บรรดาญาติๆ ก็ถามขึ้นอย่างหมดความอดทนว่า ก็แล้วเมื่อไหร่พวกเราถึงจะได้เห็นหน้าเจ้าตัวเล็ก
คุณแม่สูงวัย ก็ตอบอย่างรำคาญว่า

“ต้องรอให้เขาร้องไห้ก่อนน่ะซิ”

บรรดาญาติๆ จึงถามอีกว่าทำไม “เราต้องรอจนกว่าเด็กร้องด้วย”
คุณแม่วัย 65 ปี ตอบด้วยเสียงเบาๆว่า…

“ก็เพราะฉันจำไม่ได้ว่า วางแกไว้ที่ไหนนะซิ ถามเซ้าซี้อยู่ได้”
.......................................................................

ดอกไม้ที่คุณแม่ชอบ

 ดอกไม้ที่คุณแม่ชอบ

คุณครูสาวสวยนั่งคุยอยู่กับ เด็กนักเรียนอนุบาล 1 ระหว่างคอยผู้ปกครองมารับกลับบ้าน
"ที่บ้านหนูปลูกดอกไม้อะไรบ้างคะ" คุณครูถาม
"มี แต่ ดอกกุหลาบ แค่อย่างเดียวค่ะ แต่ข้างบ้านหนูเขาปลูกดอกไม้ไว้ตั้งหลายอย่างค่ะสวยมากเลย มีทั้งดอกมะลิ ดอกชบา ดอกเดลซี่ ก็มีค่ะ" หนูน้อยเล่า
"แล้วหนูชอบดอกไม้อะไรมากที่สุดล่ะคะ"
"หนูชอบ ดอกมะลิ ค่ะ มันหอมดี"
"เหรอคะ แล้วคุณพ่อคุณกะแม่ละคะชอบดอกอะไร" ครูถามต่อ
"คุณพ่อชอบอ่านหนังสือ ไม่ชอบดอกไม้หรอกค่ะ" หนูน้อยส่ายหน้าเมื่อพูดถึงคุณพ่อ
"ส่วนคุณแม่.. เห็นคุณพ่อพูดอยู่เรื่อยๆเลยว่า คุณแม่ชอบ ‘ดอกทอง’ ค่ะ หนูก็ไม่รู้ว่าแม่ชอบเข้าไปได้ไง ‘ดอกทอง’ มันไม่มีจริงๆซะหน่อยใช่ไหมคะคุณครู" ครูได้ยินเข้าก็ตกใจจึงแกล้งถามไปว่า
“เอ…คุณแม่หนูชื่ออะไรหรือคะ” เด็กน้อยยิ้มอย่างภาคภูมิใจแล้วตอบว่า…
“เรยา ค่ะ”
.......................................................................

นักพนันมืออาชีพ

นักพนันมืออาชีพ

หญิง ชรานางหนึ่งถือถุงใบเขื่องเดินเข้าไปในธนาคาร และกล่าวกับพนักงานที่เคาน์เตอร์ว่า เธอต้องการฝากเงินสามล้านบาท แต่ขอคุยกับผู้จัดการโดยตรง พนักงานเห็นว่าหญิงชรามีเงินจำนวนมาก ก็เลยพาเธอไปที่ห้องผู้จัดการ
เมื่อไปถึง ผู้จัดการเกิดความสงสัยว่าหญิงชราไปเอาเงินมาจากไหนเลยถามขึ้นว่า…
ผู้จัดการ  คุณยายเอาเงินมาจากไหนมากมายครับ
คุณยาย        ยายชนะพนันมาจ้ะ
ผู้จัดการ  ยายไปพนันอะไรมาเหรอครับ?
คุณยาย   ก็ไม่มีอะไรมากหรอกพ่อหนุ่ม.... อยากรู้ใช่ไหมล่ะ? งั้นเรามาลองพนันกันก็ได้สักแสนหนึ่ง เอาไหม
ผู้จัดการ  ….???
คุณยาย   เรามาพนันกันว่า… ก่อนเก้าโมงเช้าของวันพรุ่งนี้ ไข่ของพ่อหนุ่มจะกลายเป็นสี่เหลี่ยม
ผู้จัดการ  ฮ่าฮ่าฮ้า ล้อเล่นน่าครับ จะพนันกันจริงๆเหรอ?
คุณยาย   จริงๆซิ ยายมีเงินไม่เห็นเหรอ นี่ไงตั้งสามล้าน
คุณยายเปิดถุงเงินให้ผู้จัดการดู
ผู้ จัดการเห็นว่าไม่มีทางเป็นไปได้ ที่ไข่ของตนจะกลายเป็น สี่เหลี่ยม เลยตอบตกลงรับคำท้า และนัดแนะกันว่าพรุ่งนี้ก่อนเก้าโมงเช้าจะมาพบกันอีกที
ตลอด วันนั้นผู้จัดการไม่เป็นอันทำงานเฝ้าแต่คอยคลำไข่ตัวเองว่ายังกลมๆรีๆ อยู่เหมือนเดิมหรือเปล่า รุ่งเช้าตื่นขึ้นมาผู้จัดการก็ไม่ลืมที่จะตรวจสอบ ลูกน้อยทั้งสองใบ ว่ายังกลมอยู่หรือเปล่า
และมันเหมือนเดิมจริงๆ เมื่อคลำดูแล้วก็ยังกลมๆดีอยู่
ผู้จัดการเลยรู้สึกกระหยิ่มใจว่าวันนี้รวยแน่ เวลาเก้าโมงตรงหญิงชรามาที่ธนาคาร และตรงไปที่ห้องผู้จัดการทันทีพร้อมกับชายอีกคนหนึ่ง

ผู้จัดการ  สวัสดีครับคุณยาย อ้าว...พาใครมาด้วยละนี่
คุณยาย   อ๋อ…ทนายของยายเอง ยายเห็นเงินพนันมันมากเลยพาทนายมาด้วย
ผู้จัดการ ฮ่าๆ… คุณยายผมเสียใจด้วยนะคุณยายแพ้พนันผมแล้วหละไข่ผมยังกลมอยู่เลย
คุณยาย   อ้าว แล้วยายจะรู้ได้ไงล่ะว่ามันไม่เหลี่ยม
ผู้จัดการคิดว่า  ห้องนี้ก็มิดชิด การพนันครั้งนี้ก็ไม่มีใครรู้ด้วย ถ้าเราจะเปิดให้คุณยายดู ก็คงไม่มีใครเห็นหรอก จึงบอกว่า
“ก็ได้ยาย… นี่ไง! ว่าแล้วผู้จัดการก็จัดแจงปลดกางเกงลง และเรียกให้หญิงชรามาตรวจสอบดู
หญิงชราจึงเดินเข้าไปหา แล้วก็ล้วงมือเข้าไปลูบๆคลำๆไข่ผู้จัดการอยู่สักพักแล้วพูดขึ้นว่า

คุณยาย        อืมมมม ยังกลมอยู่จริงๆ ยายยอมแพ้แล้ว

ขณะที่คุณยายกำลังคลำไข่ผู้จัดการอยู่นั้น... ผู้จัดการเหลือบไปเห็นทนายที่มากับ หญิงชรากำลังเอาหัวโขกกำแพงอย่างแรงติดๆ
กันหลายครั้ง เลยถามคุณยายว่า

ผู้จัดการ  ยายๆ ทนายของยายเขาเป็นอะไรเหรอ?
คุณยาย   อ๋อ… เขาแพ้พนันยายน่ะ ยายพนันกับเขาว่า ภายในเที่ยงวันนี้ ยายจะได้คลำไข่ผู้จัดการแบ็งค์ใน office ของผู้จัดการเองเลย
ทนายเขาไม่เชื่อ เราเลยพนันกันสองแสน อิอิ!
.......................................................................